หน้าเว็บ

วันพฤหัสบดีที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

คลายสงสัย : การจัดกิจกรรมศิลปะสำหรับเด็กปฐมวัย

15 ข้อสงสัย – คลายสงสัย : การจัดกิจกรรมศิลปะสำหรับเด็กปฐมวัย

                                                    

(1) ข้อสงสัย : เหตุใดจึงต้องจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ (ศิลปศึกษา) หลายกิจกรรมใน 1 คาบเวลา

          คลายสงสัย

          กิจกรรมสร้างสรรค์ (ศิลปศึกษา) แต่ละกิจกรรมจะให้ประโยชน์ไม่เท่ากัน และ ไม่เหมือนกัน ดังนั้น การจัดหลายกิจกรรมให้เด็กได้เลือกทำจะเป็นประโยชน์ต่อเด็ก  คือ

1.    ช่วยให้เด็กได้มีโอกาสเลือกทำกิจกรรมที่ตนสนใจ ซึ่งจะช่วยให้มีความพอใจ มีอารมณ์แจ่มใสเบิกบาน

2.    ช่วยให้เด็กได้รับการพัฒนาในส่วนที่ตนยังบกพร่องอยู่

3.    ช่วยส่งเสริมพัฒนาการทุกด้านของเด็กให้ครบถ้วนดียิ่งขึ้น

                                                     ฯลฯ


(2) ข้อสงสัย : จำเป็นหรือไม่ว่าอุปกรณ์เครื่องใช้ เช่น สีเทียน พู่กัน ฯลฯ จะต้องจัดให้ครบตามจำนวนเด็ก

คลายสงสัย

               ไม่จำเป็น เพราะการให้เด็กใช้วัสดุอุปกรณ์ร่วมกันในลักษณะที่มีจำนวนไม่ครบตามจำนวนเด็กจะเอื้อให้เกิดการรอคอย ความเสียสละ ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ซึ่งคุณธรรมเหล่านี้เป็นนามธรรม ไม่อาจสอนเด็กโดยการใช้คำพูดชี้แจงให้ชัดเจนเพียงอย่างเดียวได้


(3) ข้อสงสัย : “บางโรงเรียนไม่อาจจัดกิจกรรมวาดภาพได้ เนื่องจากไม่มีเงินที่จะซื้อกระดาษ”

          คลายสงสัย

1.    ไม่จำเป็น เพราะอาจเป็นกระดาษที่ใช้แล้ว เช่น กระดาษหนังสือพิมพ์ กระดาษเอกสารที่อัดสำเนาแล้วหนึ่งหรือสองหน้า แบบฟอร์มที่สำนักงานต่าง ๆ ใช้ ฯลฯ ก็อาจนำมาใช้ได้เช่นกัน (ทั้งนี้ด้วยเหตุผลที่ได้กล่าวมาแล้วว่า มุ่งให้เด็กได้มีพัฒนาการทุกด้านดีขึ้น มิใช่เพื่อต้องการให้ได้ภาพที่สวยงาม)

2.    หากไม่มีวัสดุดังกล่าวข้างต้น เด็ก ๆ ก็อาจใช้น้ำวาดบนแผ่นไม้หรือพื้นปูนได้เช่นกัน


(4) ข้อสงสัย : กระดาษที่จะให้เด็กทำงานศิลปศึกษา (วาดรูป) นั้นขนาดของกระดาษจะมีผลต่อพัฒนาการของเด็กหรือไม่

          คลายสงสัย

               ขนาดของกระดาษอาจจะมีผลต่อพัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคมและสติปัญญา ดังตัวอย่างของกระดาษขนาดเล็ก (8x 12”) และขนาดใหญ่ (12 x 15”) จะทำให้ผู้ใช้มีพัฒนาการต่างกัน ทั้งด้าน การบริหารกล้ามเนื้อเล็ก (นิ้วมือ)     การบริหารกล้ามเนื้อใหญ่ (แขน) อารมณ์-จิตใจ-สังคม (ความเชื่อมั่นในตนเอง ความสบายใจ ความรู้สึกอิสระ) ด้านสติปัญญา (ขอบข่ายของการคิด การคิดสร้างสรรค์)


(5) ข้อสงสัย : หากไม่มีสีก็ไม่อาจจัดกิจกรรมวาดภาพด้วยสีน้ำได้ ใช่หรือไม่

         คลายสงสัย  ไม่ใช่ แทนที่จะใช้สีฝุ่นก็อาจเลือกวัสดุอย่างอื่นมาทดแทนได้ เช่น

              สีแสด     -     ดินแดงละลายน้ำ            สีดำ      -      โคลนสีดำ

              สีแดง     -     น้ำต้มผลกระเจี๊ยบ          สีม่วง     -     สีจากเมล็ดผักปลังที่สุก

              สีเขียว    -     ใบตำลึงหรือผักปลัง ฯลฯ ตำแล้วคั้นน้ำ     สีเหลือง   -    ขมิ้น ฯลฯ


(6) ข้อสงสัย : หากไม่มีพู่กัน ก็จะทำให้วาดภาพด้วยสีน้ำไม่ได้ใช่ไหม

          คลายสงสัย   ไม่ใช่ เพราะอาจใช้วัสดุอื่นทดแทนได้ ตัวอย่าง เช่น

n เปลือกลูกหมากแห้ง ที่ทุบจนเหลือแต่ใยภายใน นำใยมาผูกกับปลายไม้ใช้ต่างพู่กันได้

n ดอกหรือใบของพืชที่มีลักษณะเป็นเส้น ๆ ผูกกับปลายไม้ใช้ต่างพู่กันได้

                                            ฯลฯ


(7) ข้อสงสัย : กิจกรรมสร้างสรรค์หรือศิลปศึกษา ได้แก่กิจกรรมใดบ้าง

          คลายสงสัย   โดยมากจะหมายถึง งานศิลปะที่เด็กวัยก่อนประถมศึกษาอาจทำได้ เช่น ปั้น วาดภาพด้วยสีเทียน/สีน้ำ [และวัสดุอื่นๆ] ฉีกปะ ประดิษฐ์เศษวัสดุ ฯลฯ


(8) ข้อสงสัย: มีผู้กล่าวว่า “ให้เด็กวาดภาพด้วยสีเทียนก็เพียงพอแล้ว สีน้ำไม่จำเป็นต้องใช้ก็ได้เพราะนอกจากจะเลอะเทอะ แล้วสีฝุ่นที่จะนำมาละลายยังหาได้ยากและมีราคาแพงอีกด้วย”

          คลายสงสัย

        ประโยชน์ที่เด็กจะได้รับจากการวาดภาพด้วยสีน้ำและสีเทียนจะใกล้เคียงกันแต่จะไม่เหมือนกันทีเดียว

ดังตารางเปรียบเทียบต่อไปนี้

      ประโยชน์ของการทำกิจกรรม                                    สีเทียน             สีน้ำ

1.    การฝึกจับสิ่งที่เป็นแท่งแล้วลากไปบนกระดาษ (เป็นพื้นฐานที่จะ   ง่ายกว่า           ยากกว่า

     จับดินสอต่อไป)

2.    เรียนรู้เกี่ยวกับสี (สีใดปนกับสีใดจะออกมาเป็นสีใด)                   น้อยกว่า          มากกว่า

3.    ความยากง่ายในการบังคับมือให้ลากเส้นให้มีขนาดและเป็นไป      ง่ายกว่า           ยากกว่า

    ในทิศทางที่ต้องการ

4.    การฝึกความจำความระมัดระวังในการวางเครื่องใช้ให้ถูกที่          น้อยกว่า          มากกว่า

    (วางแท่งสีและพู่กันในที่กำหนด เช่น วางพู่กันที่ใช้แล้วลงในขวดที่บรรจุสีเดียวกัน)

5.    การสนองความต้องการที่จะได้จับต้องสิ่งที่เหลว จับต้องแล้วจะ        -                     มาก

เลอะเทอะเหนอะหนะ

  

(9) ข้อสงสัย :  ก่อนจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ (ศิลปศึกษา) ครูควรเตรียมการอย่างไรบ้าง

         คลายสงสัย    บทบาทหน้าที่ของครูมีดังต่อไปนี้

ก่อนเด็กปฏิบัติกิจกรรม ครูควรวางแผนว่าจะจัดกิจกรรมใดให้แก่เด็กบ้าง ทั้งนี้เนื่องจากมีกิจกรรมที่น่าจัดอีกมากมาย

- กำหนดวัสดุอุปกรณ์ที่จะต้องใช้ แล้วจัดเตรียมไว้ให้พร้อม เช่น การปั้น ขนาดของ

  ดินที่จะให้เด็กต่อคน ไม่ควรจะน้อยกว่ากำปั้นของเด็ก ทั้งนี้เพื่อให้เด็กได้บริหาร

  กล้ามเนื้อมือ ทั้งฝ่ามือ (เพราะถ้าก้อนดินมีขนาดเล็ก เด็กจะบริหารกล้ามเนื้อ

  เพียงปลายนิ้ว เท่านั้น)

 

การจัดเด็กเข้าทำกิจกรรม เทคนิคการให้เด็กเข้าทำกิจกรรมสร้างสรรค์นั้น ควรเป็นไปในลักษณะค่อย ๆ ทยอยเด็กให้เข้าสู่กิจกรรม (ไม่ลุกขึ้นแล้ววิ่งไปแย่งกันเข้าโต๊ะกิจกรรมที่ตนชอบ) โดยครูอาจใช้เทคนิคดังต่อไปนี้

         - ครูถามว่า “นักเรียนคนใดบ้างเดินมาโรงเรียน ให้ยืนขึ้น ให้เลือกเข้าโต๊ะที่ตนชอบได้”

-“ใครบ้างซ้อนท้ายจักรยานผู้ปกครองมาโรงเรียนเมื่อเช้านี้ ให้เลือกเข้าทำกิจกรรมที่ตนสนใจได้”

- “ใครบ้างรับประทานไข่เมื่อเช้านี้ เข้าโต๊ะกิจกรรมได้”

- กิจกรรมที่ใช้วัสดุเปียก เช่น การวาดภาพด้วยสีน้ำ การพิมพ์ภาพ ฯลฯ ควรมีผ้าพลาสติกหรือกระดาษปูบนโต๊ะก่อน ทั้งนี้เพื่อมิให้โต๊ะเลอะเทอะ

- กิจกรรมที่ต้องใช้กาว ควรเป็นดังนี้ : ควรมีที่ป้ายกาวแทนการใช้นิ้ว ควรมีผ้าสำหรับใช้เช็ดมือเมื่อกาวเลอะมือ หากมีการแบ่งกาวจากขวดใหญ่มาให้เด็กใช้ ขวดหรือภาชนะที่แบ่งกาวมาควรมีฝาปิดเพื่อมิให้กาวแห้งเมื่อเลิกใช้

 

(10) ข้อสงสัย : ในขั้นเตรียมการได้กล่าวว่า ครูจะให้เด็กกลุ่มไหนทำอะไร แล้วเด็กจะทราบได้อย่างไรว่าจะต้องทำอะไร

          คลายสงสัย ครูจะไม่ออกคำสั่ง แต่จะให้เด็กได้ทำงานตามความคิดของตนเอง เพราะการทำเช่นนั้นจะช่วยให้เด็กได้…..

1.    ฝึกคิด โดยนำประสบการณ์เดิมมาใช้ประกอบเป็นความคิดของตนเอง

2.    พัฒนาความเชื่อมั่นในตนเอง

3.    พัฒนาอารมณ์-จิตใจ ให้แจ่มใสเบิกบาน (โดยได้ทำสิ่งที่คนชอบและสนใจ) ฯลฯ

 

(11) ข้อสงสัย :    ระหว่างทำกิจกรรม ครูจะมีบทบาทหน้าที่อย่างไรบ้าง

          คลายสงสัย     บทบาทของครูจะเป็นดังนี้

- ให้แรงเสริมแก่เด็ก  ครูควรได้เดินดูเด็กทำงาน หากพบว่าเด็กคนใดทำงานดี น่าให้

คำชม เช่น ตั้งใจทำงาน ผลงานมีความแปลกใหม่ ฯลฯ ครูก็ควรให้คำชม ซึ่งจะมีผลให้เด็กมีกำลังใจที่จะสร้างสรรค์งานให้ดียิ่งขึ้น

- การรักษาความสะอาดของที่ทำงานของเด็ก  ครูควรทำความตกลงกับเด็กก่อนว่าขณะทำงานต้องระมัดระวัง อย่าให้วัสดุหล่นลงบนพื้นห้อง หากหล่นจะต้องเก็บทันที ทั้งนี้เพื่อฝึกลักษณะนิสัยแก่เด็ก ครูควรได้ติดตามให้ปฏิบัติตามด้วย

- ส่งเสริมให้วาดภาพให้เต็มหน้ากระดาษ  หากพบเด็กคนใดคนหนึ่งวาดภาพมีขนาดเล็กมากไม่สมกับหน้ากระดาษ ครูควรจะได้หาทางให้เด็กได้วาดภาพให้เต็มกระดาษ (โดยครูจะไม่ออกคำสั่งไปตรง ๆ แต่หาทางพูดให้เด็กได้คิดแล้ววาดภาพให้เต็มหน้ากระดาษ) ทั้งนี้จะช่วยให้เด็กได้มีความเชื่อมั่นในตนเองดีขึ้น

- ฝึกให้เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่  เด็กบางคน หากชอบงานกิจกรรมใดก็มักจะทำแต่กิจกรรมนั้นๆ (เช่นเด็กผู้ชายบางคนจะชอบงานปั้นมาก) บางครั้งทำให้เด็กอื่นไม่อาจเข้าทำกิจกรรมนั้นๆ ได้ ครูควรจะชี้แจงให้เด็กคนนั้นเข้าใจว่าได้ทำกิจกรรมนั้นนานพอแล้ว ขณะนี้มีเพื่อนกำลังรอที่จะเข้าทำบ้าง ให้ที่แก่เพื่อนก่อนดีหรือไม่  แล้วพรุ่งนี้ค่อยมาทำใหม่ การปฏิบัติเช่นนี้จะเท่ากับฝึกให้เด็กได้เห็นใจผู้อื่น รู้จักเสียสละ และมีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่

- การบันทึกรายละเอียดเกี่ยวกับภาพ  เมื่อเด็กทำงานที่เกี่ยวกับกระดาษ เช่น การวาดภาพด้วยสีเทียนหรือสีน้ำ เมื่อเด็กทำงานเสร็จครูควรเขียนความหมายของภาพ ชื่อเด็กและวันที่ ๆ วาดกำกับไว้ที่ตอนท้ายของกระดาษ (ในกรณีให้เด็กใช้กระดาษทั้ง 2 หน้า) หรือบันทึกรายละเอียดลงบนด้านหลังของภาพ (ในกรณีให้เด็กใช้กระดาษหน้าเดียว)

- ฝึกให้เด็กเก็บผลงาน  ครูควรจะได้ทำความตกลงกับเด็กว่างานประเภทใดเมื่อเสร็จจะต้องนำไปไว้ที่ไหน เช่นหากเป็นงานปั้นควรจะจัดที่วางไว้ให้เมื่อตั้งไว้พอประมาณ (อาจเป็น 1-2 วัน  แล้วแต่ปริมาณของวัสดุ เช่น ดินน้ำมัน ดินเหนียว แป้งโด ฯลฯ มีพอให้เด็กปั้นโดยยังไม่หลอมของเก่า) แล้วติดตามให้เด็กปฏิบัติตามข้อตกลง

- การทำกิจกรรมให้ครบตามข้อตกลง  ครูควรได้ทำความตกลงกับเด็กว่า ในการทำงานแต่ละครั้ง เด็กจะต้องทำให้ได้อย่างน้อยกี่กิจกรรม แล้วครูติดตามให้เด็กปฏิบัติตามข้อตกลง

- ฝึกเก็บของเข้าที่  ครูทำความตกลงกับเด็กว่าเมื่อเวลาของกิจกรรมสิ้นสุดลง ครูจะให้สัญญาณ (อาจเป็นการเคาะเครื่องเคาะ ออกคำเตือน หรือร้องเป็นเพลง) แสดงเวลากำลังจะหมด เด็ก ๆ จะต้องช่วยกันเก็บของใช้เข้าที่ ครูปฏิบัติตามข้อตกลง แล้วติดตามให้เด็กปฏิบัติ

 

 (12) ข้อสงสัย :  ครูควรทำอย่างไรบ้าง เมื่อการปฏิบัติกิจกรรมสร้างสรรค์สิ้นสุดลง

          คลายสงสัย เมื่อเด็กทำกิจกรรมครบตามข้อตกลงแล้ว อนุญาตให้เด็กเลือกเล่นตามมุมเล่นที่ตนสนใจ (ซึ่งเด็กจะทำงานเสร็จไม่พร้อมกัน) ดังนั้นเด็กก็จะทยอยเข้าเล่นตามมุมเล่นทีละคนสองคน การแย่งที่เล่นก็จะเกิดน้อยลงหรือไม่เกิดเลย

 

(13) ข้อสงสัย : เหตุใดจึงไม่ให้เด็กปฐมวัยใช้ดินสอดำวาดภาพแทนการใช้สีเทียน

          คลายสงสัย        เหตุที่ไม่จัดดินสอดำให้เด็กระดับก่อนประถมศึกษาวาดภาพ

1.    ดินสอดำมีขนาดเล็ก ไม่เหมาะกับมือของเด็กที่กล้ามเนื้อเล็กยังพัฒนาไม่ดีพอ เด็กจะยังจับไม่ถนัด

2.    สีไม่สะดุดตา เด็กเล็กจะชอบสีต่าง ๆ ที่สดสวยมากกว่าสีเข้ม เช่น สีดำ หากวาดออกมาแล้วสีเข้มหรือดำมืดเด็กย่อมจะไม่ชอบ

เหตุใดจึงนิยมให้เด็กใช้สีเทียน (แท่งใหญ่) ในการทำศิลปศึกษา

1.    สีสวย  ปกติสีเทียนแต่ละชุดจะมีประมาณ 8-12 สี เมื่อลากลงบนกระดาษแม้ไม่ต้องออกแรงกดมากก็จะปรากฏสีบนกระดาษอย่างชัดเจน

2.    สีไม่เลอะ เมื่อใช้จะไม่เลอะเสื้อผ้าของเด็ก จึงเหมาะที่จะให้เด็กใช้

3.    ขนาดเหมาะกับมือเด็ก สีเทียนขนาดแท่งใหญ่จะมีขนาดพอเหมาะที่เด็กจะจับแล้ว

ขีดเขียนได้ถนัดมือ

4.    ไม่หักง่าย ขนาดของแท่งสีใหญ่พอแม้เด็กจะกด เคาะ หรือกระแทก ก็จะไม่หักจึงสามารถใช้ได้จนหมดแท่งทำให้ประหยัด

 

(14) ข้อสงสัย :  ควรเขียนเครื่องหมาย (ให้ดาว) บนผลงานศิลปศึกษาของเด็กหรือไม่

          คลายสงสัย

- เป็นการประเมินไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ของศิลปะสำหรับเด็ก เพราะส่วนมากครูมักจะประเมินตามความเหมือนหรือความสวย หากเหมือนหรือสวยมากก็ให้เครื่องหมายดาว 3 ดวง และก็ลดจำนวนลงหากผลงานย่อหย่อนลง แท้จริงหากคำนึงในแง่ของพัฒนาการทุกด้านที่เด็กจะได้รับแล้ว การลากเส้นขยุกขยิกของเด็กบางคนอาจมีค่ามากกว่าภาพเหมือนของเด็กอีกคนหนึ่ง เพราะเส้นขยุกขยิกนั้นได้พัฒนา

- ด้านร่างกาย ในการวาดภาพครั้งนี้แม้จะเป็นเพียงเส้นขยุกขยิกเด็กก็ได้บริหารมือซึ่งเป็นกล้ามเนื้อเล็ก (ในการจัดแท่งสีขีดเขียนไปมา)

- ด้านอารมณ์-จิตใจ การได้วาดภาพตามความพอใจ เด็กย่อมได้รับความสุข แจ่มใส เบิกบาน หรือในทางตรงกันข้าม หากมีความคับแค้นการได้ลากเส้นไปมาก็จะช่วยระบายอารมณ์คับแค้นได้

- ด้านสติปัญญา เส้นที่ลากนั้นอาจหมายถึง บางสิ่งบางอย่างที่แปลกใหม่ที่เด็กคิดขึ้นได้ สิ่งนี้จะมีค่าต่อตัวเด็ก แต่การประเมินจะทำได้ยาก

- การให้ดาวจะเป็นเหมือนการตกรางวัลแก่เด็ก หากปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ เด็กจะพยายามทำงานเพื่อให้ได้เครื่องหมายดาวซึ่งเท่ากับฝึกให้เด็กทำงานเพื่อให้ได้รางวัลเท่านั้น การทำเช่นนี้จะเป็นผลเสียแก่เด็กระยะยาว


(15) ข้อสงสัย : หากมีเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้น (เช่น ลูกเห็บตกหรือมีผู้นำช้างเดินผ่านหน้าโรงเรียน ฯลฯ) ในเวลาของกิจกรรมสร้างสรรค์ ครูจะพาออกไปดูได้หรือไม่ แล้วจะต้องจัดกิจกรรมนี้ชดเชยหรือไม่

          คลายสงสัย

     ครูอาจทำได้โดยไม่ต้องสอนชดเชย เพราะ

1.    กิจกรรมที่เปลี่ยนไปนี้เป็นการให้โอกาสแก่เด็กๆ ได้ประสบการณ์ตรง ซึ่งจะมีค่ามากมาย (ดีกว่าจะไปสอนโดยไม่ได้เห็นของจริง)

2.    การสอนในระดับก่อนประถมศึกษามุ่งให้เด็กได้พัฒนาทุกด้านอย่างสูงสุด ดังนั้นกิจกรรมนี้ก็ช่วยให้เด็กได้พัฒนาทุกด้านเช่นกัน

3.    ในระดับก่อนประถมศึกษาไม่มีเวลากำหนดไว้ตายตัวเป็นคาบเรียน ดังชั้นประถมศึกษา/มัธยมศึกษา ว่า ในแต่ละสัปดาห์จะต้องเรียนวิชาใดนานเท่าไร


บรรณานุกรม

ศึกษาธิการ, กระทรวง. (2533). คู่มือครู : การจัดกิจกรรมสร้างสรรค์สำหรับครูผู้สอนระดับก่อนประถมศึกษา.

กองวิชาการ สำนักงานการประถมศึกษาแห่งชาติ. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์คุรุสภา.

คณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ, สำนักงาน.(2541). คู่มือการอบรมเลี้ยงดูเด็กระดับก่อนประถมศึกษา.

              กรุงเทพมหานคร: กระทรวงศึกษาธิการ.

ความเชื่อมโยงระหว่างศิลปะและการพัฒนาสมอง

 ความเชื่อมโยงระหว่างศิลปะและการพัฒนาสมอง

ในด้านการศึกษาสุนทรียภาพ

    

    ศิลปะมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาสมองของมนุษย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงวัยเด็ก 

การเชื่อมโยงระหว่างศิลปะและการพัฒนาสมองแสดงให้เห็นว่าประสบการณ์ด้านสุนทรียภาพ

สามารถส่งเสริมการเติบโตของทักษะทางปัญญา อารมณ์ และสังคมได้อย่างไร การมีส่วนร่วม

กับศิลปะช่วยพัฒนาเส้นทางประสาทที่สำคัญซึ่งส่งเสริมการพัฒนารอบด้านและความเป็นอยู่

ที่ดีของเด็ก งานวิจัยในด้านประสาทวิทยาศาสตร์แสดงให้เห็นว่าการมีส่วนร่วมในกิจกรรมศิลปะ

กระตุ้นพื้นที่ต่างๆ ของสมอง ส่งเสริมการเชื่อมต่อระหว่างเซลล์ประสาทและการเจริญเติบโต

ทางปัญญา เมื่อเด็กเข้าร่วมกิจกรรมการวาดภาพ ระบายสี ดนตรี หรือการแสดงออกทางศิลปะ

รูปแบบอื่นๆ พวกเขาจะกระตุ้นพื้นที่สมองที่รับผิดชอบต่อทักษะการเคลื่อนไหว การประมวลผล

ทางประสาทสัมผัส การควบคุมอารมณ์ และการทำงานของสมองส่วนที่เกี่ยวกับการวางแผน

และการตัดสินใจ (Gazzaniga, Ivry, & Mangun, 2018)










ภาพที่ 1-3 ศิลปะกับการพัฒนาสมองในด้านการศึกษาสุนทรียภาพ
หมายเหตุ. ภาพนี้สร้างขึ้นโดยใช้โปรแกรม Gemini ของ Google (เวอร์ชัน เดือน กรกฎาคม, 2569) 


    กิจกรรมศิลปะต้องการการบูรณาการระหว่างทักษะกล้ามเนื้อมัดเล็กและการประมวลผล

ทางสายตา ตัวอย่างเช่น การวาดภาพหรือการปั้นจะกระตุ้นสมองส่วนกล้ามเนื้อมัดเล็กและ

กลีบข้าง (parietal lobes) ซึ่งมีความสำคัญต่อการประสานงานระหว่างมือและตาและ

การรับรู้เชิงพื้นที่ การบูรณาการนี้ช่วยเสริมสร้างความสามารถของสมองในการประมวลผล

ข้อมูลที่ซับซ้อน ทำให้เกิดทักษะการแก้ปัญหาและการคิดเชิงวิพากษ์ที่ดีขึ้น 

(Winner, Goldstein, & VincentLancrin, 2013)

    นอกจากการพัฒนาทางปัญญาแล้ว ศิลปะยังส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตทาง

อารมณ์และสังคม การแสดงออกทางศิลปะช่วยให้เด็กสำรวจและสื่อสารอารมณ์ของตนเอง

ส่งเสริมความฉลาดทางอารมณ์และความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น กิจกรรมศิลปะเป็นช่องทาง

ที่ปลอดภัยสำหรับการแสดงออก ช่วยให้เด็กประมวลผลและบอกเล่าความรู้สึกของตนเอง 

ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการควบคุมอารมณ์ (Malchiodi, 2015) นอกจากนี้ โครงการศิลปะ

ที่ทำร่วมกันยังส่งเสริมการมีปฏิสัมพันธ์และความร่วมมือทางสังคม เมื่อเด็กเข้าร่วมกิจกรรม

กลุ่ม เช่น การวาดภาพฝาผนังหรือดนตรีวง พวกเขาจะได้เรียนรู้การทำงานร่วมกัน แบ่งปันความคิดเห็น และชื่นชมมุมมองที่หลากหลาย ประสบการณ์เหล่านี้สร้างทักษะทางสังคมและเสริมสร้างความรู้สึกของการเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน (Eisner, 2002)

    การศึกษาด้านสุนทรียภาพซึ่งครอบคลุมการชื่นชมและการสร้างสรรค์ศิลปะ มีบทบาท

สำคัญในการพัฒนาความรู้สึกด้านสุนทรียภาพ การเปิดรับศิลปะรูปแบบและสไตล์ต่างๆ 

ส่งเสริมให้เด็กสังเกต วิเคราะห์ และชื่นชมความงามในสิ่งรอบตัว ความตระหนักด้าน

สุนทรียภาพที่เพิ่มขึ้นนี้ ช่วยเพิ่มประสบการณ์ทางประสาทสัมผัสและเสริมสร้างความสามารถ

ในการรับรู้และตีความโลก (Dissanayake, 2015) นอกจากนี้ การมีส่วนร่วมกับศิลปะ

ยังช่วยให้เด็กพัฒนาทักษะการคิดเชิงวิพากษ์และการตีความ เมื่อเด็กวิเคราะห์ภาพวาดหรือ

ดนตรี พวกเขาจะได้เรียนรู้ที่จะระบุรูปแบบ เชื่อมโยงข้อมูล และเข้าใจความหมายที่แฝงอยู่ 

ทักษะเหล่านี้สามารถนำไปใช้ในด้านวิชาการอื่นๆ ช่วยสนับสนุนการเติบโตทางสติปัญญา

โดยรวม (Hetland et al., 2013)

    การบูรณาการศิลปะในการศึกษาปฐมวัยเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการพัฒนาอย่างรอบด้าน

โปรแกรมที่ผนวกศิลปะเข้าในหลักสูตรช่วยให้เด็กมีโอกาสสำรวจความคิดสร้างสรรค์ 

สร้างทักษะทางปัญญาและการเคลื่อนไหว และพัฒนาความสามารถทางอารมณ์และสังคม 

การศึกษาศิลปะสนับสนุนให้เด็กคิดอย่างสร้างสรรค์ แก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ และแสดงออก

อย่างมั่นใจ (Wright, 2012)

    ความเชื่อมโยงระหว่างศิลปะและการพัฒนาสมองนั้นลึกซึ้งและหลากหลาย กิจกรรมศิลปะ

กระตุ้นการเติบโตทางปัญญา เพิ่มความฉลาดทางอารมณ์ และส่งเสริมทักษะทางสังคม การ

ส่งเสริมการชื่นชมสุนทรียภาพและการให้โอกาสในการแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ การศึกษา

ศิลปะมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาอย่างรอบด้านของเด็ก ในขณะที่งานวิจัยยังคงค้นพบ

พื้นฐานทางประสาทของผลกระทบของศิลปะต่อสมอง ความสำคัญของการบูรณาการศิลปะ

ในการศึกษาปฐมวัยยิ่งเด่นชัดขึ้น


ที่มา: 

ธวัชชัย ศรีเทพ. (2567). เอกสารประกอบการสอน รายวิชา 265-202 สุนทรียศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย. คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.

https://mis.edu.psu.ac.th/hrmis/edu_emeeting/files/10_20240723160233.pdf 


Google. (2569). Gemini (เวอร์ชัน เดือน กรกฎาคม) [โปรแกรมสร้างภาพด้วย AI]. https://gemini.google.com