15 ข้อสงสัย – คลายสงสัย : การจัดกิจกรรมศิลปะสำหรับเด็กปฐมวัย
(1) ข้อสงสัย : เหตุใดจึงต้องจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ (ศิลปศึกษา) หลายกิจกรรมใน 1 คาบเวลา
คลายสงสัย
กิจกรรมสร้างสรรค์ (ศิลปศึกษา) แต่ละกิจกรรมจะให้ประโยชน์ไม่เท่ากัน
และ ไม่เหมือนกัน ดังนั้น
การจัดหลายกิจกรรมให้เด็กได้เลือกทำจะเป็นประโยชน์ต่อเด็ก คือ
1.
ช่วยให้เด็กได้มีโอกาสเลือกทำกิจกรรมที่ตนสนใจ
ซึ่งจะช่วยให้มีความพอใจ มีอารมณ์แจ่มใสเบิกบาน
2.
ช่วยให้เด็กได้รับการพัฒนาในส่วนที่ตนยังบกพร่องอยู่
3.
ช่วยส่งเสริมพัฒนาการทุกด้านของเด็กให้ครบถ้วนดียิ่งขึ้น
ฯลฯ
(2) ข้อสงสัย : จำเป็นหรือไม่ว่าอุปกรณ์เครื่องใช้ เช่น สีเทียน พู่กัน ฯลฯ จะต้องจัดให้ครบตามจำนวนเด็ก
คลายสงสัย
ไม่จำเป็น
เพราะการให้เด็กใช้วัสดุอุปกรณ์ร่วมกันในลักษณะที่มีจำนวนไม่ครบตามจำนวนเด็กจะเอื้อให้เกิดการรอคอย
ความเสียสละ ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ซึ่งคุณธรรมเหล่านี้เป็นนามธรรม
ไม่อาจสอนเด็กโดยการใช้คำพูดชี้แจงให้ชัดเจนเพียงอย่างเดียวได้
(3) ข้อสงสัย : “บางโรงเรียนไม่อาจจัดกิจกรรมวาดภาพได้ เนื่องจากไม่มีเงินที่จะซื้อกระดาษ”
คลายสงสัย
1.
ไม่จำเป็น เพราะอาจเป็นกระดาษที่ใช้แล้ว
เช่น กระดาษหนังสือพิมพ์ กระดาษเอกสารที่อัดสำเนาแล้วหนึ่งหรือสองหน้า
แบบฟอร์มที่สำนักงานต่าง ๆ ใช้ ฯลฯ ก็อาจนำมาใช้ได้เช่นกัน (ทั้งนี้ด้วยเหตุผลที่ได้กล่าวมาแล้วว่า
มุ่งให้เด็กได้มีพัฒนาการทุกด้านดีขึ้น มิใช่เพื่อต้องการให้ได้ภาพที่สวยงาม)
2. หากไม่มีวัสดุดังกล่าวข้างต้น
เด็ก ๆ ก็อาจใช้น้ำวาดบนแผ่นไม้หรือพื้นปูนได้เช่นกัน
(4) ข้อสงสัย : กระดาษที่จะให้เด็กทำงานศิลปศึกษา (วาดรูป) นั้นขนาดของกระดาษจะมีผลต่อพัฒนาการของเด็กหรือไม่
คลายสงสัย
ขนาดของกระดาษอาจจะมีผลต่อพัฒนาการด้านร่างกาย
อารมณ์ จิตใจ สังคมและสติปัญญา ดังตัวอย่างของกระดาษขนาดเล็ก (8” x 12”) และขนาดใหญ่ (12”
x 15”) จะทำให้ผู้ใช้มีพัฒนาการต่างกัน ทั้งด้าน
การบริหารกล้ามเนื้อเล็ก (นิ้วมือ) การบริหารกล้ามเนื้อใหญ่
(แขน) อารมณ์-จิตใจ-สังคม (ความเชื่อมั่นในตนเอง ความสบายใจ ความรู้สึกอิสระ) ด้านสติปัญญา
(ขอบข่ายของการคิด การคิดสร้างสรรค์)
(5) ข้อสงสัย : หากไม่มีสีก็ไม่อาจจัดกิจกรรมวาดภาพด้วยสีน้ำได้ ใช่หรือไม่
คลายสงสัย ไม่ใช่
แทนที่จะใช้สีฝุ่นก็อาจเลือกวัสดุอย่างอื่นมาทดแทนได้ เช่น
สีแสด -
ดินแดงละลายน้ำ สีดำ -
โคลนสีดำ
สีแดง -
น้ำต้มผลกระเจี๊ยบ สีม่วง -
สีจากเมล็ดผักปลังที่สุก
สีเขียว - ใบตำลึงหรือผักปลัง ฯลฯ ตำแล้วคั้นน้ำ สีเหลือง - ขมิ้น ฯลฯ
(6) ข้อสงสัย : หากไม่มีพู่กัน ก็จะทำให้วาดภาพด้วยสีน้ำไม่ได้ใช่ไหม
คลายสงสัย ไม่ใช่
เพราะอาจใช้วัสดุอื่นทดแทนได้ ตัวอย่าง เช่น
n เปลือกลูกหมากแห้ง
ที่ทุบจนเหลือแต่ใยภายใน นำใยมาผูกกับปลายไม้ใช้ต่างพู่กันได้
n ดอกหรือใบของพืชที่มีลักษณะเป็นเส้น
ๆ ผูกกับปลายไม้ใช้ต่างพู่กันได้
ฯลฯ
(7) ข้อสงสัย : กิจกรรมสร้างสรรค์หรือศิลปศึกษา ได้แก่กิจกรรมใดบ้าง
คลายสงสัย โดยมากจะหมายถึง งานศิลปะที่เด็กวัยก่อนประถมศึกษาอาจทำได้ เช่น ปั้น วาดภาพด้วยสีเทียน/สีน้ำ [และวัสดุอื่นๆ] ฉีกปะ ประดิษฐ์เศษวัสดุ ฯลฯ
(8) ข้อสงสัย: มีผู้กล่าวว่า “ให้เด็กวาดภาพด้วยสีเทียนก็เพียงพอแล้ว สีน้ำไม่จำเป็นต้องใช้ก็ได้เพราะนอกจากจะเลอะเทอะ แล้วสีฝุ่นที่จะนำมาละลายยังหาได้ยากและมีราคาแพงอีกด้วย”
คลายสงสัย
ประโยชน์ที่เด็กจะได้รับจากการวาดภาพด้วยสีน้ำและสีเทียนจะใกล้เคียงกันแต่จะไม่เหมือนกันทีเดียว
ดังตารางเปรียบเทียบต่อไปนี้
ประโยชน์ของการทำกิจกรรม สีเทียน สีน้ำ
1.
การฝึกจับสิ่งที่เป็นแท่งแล้วลากไปบนกระดาษ
(เป็นพื้นฐานที่จะ ง่ายกว่า ยากกว่า
จับดินสอต่อไป)
2.
เรียนรู้เกี่ยวกับสี (สีใดปนกับสีใดจะออกมาเป็นสีใด) น้อยกว่า มากกว่า
3. ความยากง่ายในการบังคับมือให้ลากเส้นให้มีขนาดและเป็นไป ง่ายกว่า ยากกว่า
ในทิศทางที่ต้องการ
4.
การฝึกความจำความระมัดระวังในการวางเครื่องใช้ให้ถูกที่ น้อยกว่า มากกว่า
(วางแท่งสีและพู่กันในที่กำหนด เช่น
วางพู่กันที่ใช้แล้วลงในขวดที่บรรจุสีเดียวกัน)
5.
การสนองความต้องการที่จะได้จับต้องสิ่งที่เหลว
จับต้องแล้วจะ - มาก
เลอะเทอะเหนอะหนะ
(9) ข้อสงสัย : ก่อนจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ (ศิลปศึกษา) ครูควรเตรียมการอย่างไรบ้าง
คลายสงสัย บทบาทหน้าที่ของครูมีดังต่อไปนี้
ก่อนเด็กปฏิบัติกิจกรรม ครูควรวางแผนว่าจะจัดกิจกรรมใดให้แก่เด็กบ้าง
ทั้งนี้เนื่องจากมีกิจกรรมที่น่าจัดอีกมากมาย
- กำหนดวัสดุอุปกรณ์ที่จะต้องใช้
แล้วจัดเตรียมไว้ให้พร้อม เช่น การปั้น ขนาดของ
ดินที่จะให้เด็กต่อคน
ไม่ควรจะน้อยกว่ากำปั้นของเด็ก ทั้งนี้เพื่อให้เด็กได้บริหาร
กล้ามเนื้อมือ ทั้งฝ่ามือ (เพราะถ้าก้อนดินมีขนาดเล็ก
เด็กจะบริหารกล้ามเนื้อ
เพียงปลายนิ้ว เท่านั้น)
การจัดเด็กเข้าทำกิจกรรม เทคนิคการให้เด็กเข้าทำกิจกรรมสร้างสรรค์นั้น
ควรเป็นไปในลักษณะค่อย ๆ ทยอยเด็กให้เข้าสู่กิจกรรม (ไม่ลุกขึ้นแล้ววิ่งไปแย่งกันเข้าโต๊ะกิจกรรมที่ตนชอบ)
โดยครูอาจใช้เทคนิคดังต่อไปนี้
-
ครูถามว่า “นักเรียนคนใดบ้างเดินมาโรงเรียน ให้ยืนขึ้น
ให้เลือกเข้าโต๊ะที่ตนชอบได้”
-“ใครบ้างซ้อนท้ายจักรยานผู้ปกครองมาโรงเรียนเมื่อเช้านี้
ให้เลือกเข้าทำกิจกรรมที่ตนสนใจได้”
- “ใครบ้างรับประทานไข่เมื่อเช้านี้
เข้าโต๊ะกิจกรรมได้”
- กิจกรรมที่ใช้วัสดุเปียก
เช่น การวาดภาพด้วยสีน้ำ การพิมพ์ภาพ ฯลฯ ควรมีผ้าพลาสติกหรือกระดาษปูบนโต๊ะก่อน
ทั้งนี้เพื่อมิให้โต๊ะเลอะเทอะ
- กิจกรรมที่ต้องใช้กาว
ควรเป็นดังนี้ : ควรมีที่ป้ายกาวแทนการใช้นิ้ว ควรมีผ้าสำหรับใช้เช็ดมือเมื่อกาวเลอะมือ
หากมีการแบ่งกาวจากขวดใหญ่มาให้เด็กใช้
ขวดหรือภาชนะที่แบ่งกาวมาควรมีฝาปิดเพื่อมิให้กาวแห้งเมื่อเลิกใช้
(10) ข้อสงสัย : ในขั้นเตรียมการได้กล่าวว่า
ครูจะให้เด็กกลุ่มไหนทำอะไร แล้วเด็กจะทราบได้อย่างไรว่าจะต้องทำอะไร
คลายสงสัย ครูจะไม่ออกคำสั่ง
แต่จะให้เด็กได้ทำงานตามความคิดของตนเอง เพราะการทำเช่นนั้นจะช่วยให้เด็กได้…..
1.
ฝึกคิด โดยนำประสบการณ์เดิมมาใช้ประกอบเป็นความคิดของตนเอง
2. พัฒนาความเชื่อมั่นในตนเอง
3. พัฒนาอารมณ์-จิตใจ
ให้แจ่มใสเบิกบาน (โดยได้ทำสิ่งที่คนชอบและสนใจ) ฯลฯ
(11) ข้อสงสัย : ระหว่างทำกิจกรรม ครูจะมีบทบาทหน้าที่อย่างไรบ้าง
คลายสงสัย บทบาทของครูจะเป็นดังนี้
- ให้แรงเสริมแก่เด็ก ครูควรได้เดินดูเด็กทำงาน
หากพบว่าเด็กคนใดทำงานดี น่าให้
คำชม เช่น ตั้งใจทำงาน ผลงานมีความแปลกใหม่ ฯลฯ ครูก็ควรให้คำชม
ซึ่งจะมีผลให้เด็กมีกำลังใจที่จะสร้างสรรค์งานให้ดียิ่งขึ้น
- การรักษาความสะอาดของที่ทำงานของเด็ก
ครูควรทำความตกลงกับเด็กก่อนว่าขณะทำงานต้องระมัดระวัง
อย่าให้วัสดุหล่นลงบนพื้นห้อง หากหล่นจะต้องเก็บทันที
ทั้งนี้เพื่อฝึกลักษณะนิสัยแก่เด็ก ครูควรได้ติดตามให้ปฏิบัติตามด้วย
- ส่งเสริมให้วาดภาพให้เต็มหน้ากระดาษ หากพบเด็กคนใดคนหนึ่งวาดภาพมีขนาดเล็กมากไม่สมกับหน้ากระดาษ
ครูควรจะได้หาทางให้เด็กได้วาดภาพให้เต็มกระดาษ (โดยครูจะไม่ออกคำสั่งไปตรง ๆ
แต่หาทางพูดให้เด็กได้คิดแล้ววาดภาพให้เต็มหน้ากระดาษ) ทั้งนี้จะช่วยให้เด็กได้มีความเชื่อมั่นในตนเองดีขึ้น
- ฝึกให้เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เด็กบางคน
หากชอบงานกิจกรรมใดก็มักจะทำแต่กิจกรรมนั้นๆ (เช่นเด็กผู้ชายบางคนจะชอบงานปั้นมาก)
บางครั้งทำให้เด็กอื่นไม่อาจเข้าทำกิจกรรมนั้นๆ ได้ ครูควรจะชี้แจงให้เด็กคนนั้นเข้าใจว่าได้ทำกิจกรรมนั้นนานพอแล้ว
ขณะนี้มีเพื่อนกำลังรอที่จะเข้าทำบ้าง ให้ที่แก่เพื่อนก่อนดีหรือไม่ แล้วพรุ่งนี้ค่อยมาทำใหม่
การปฏิบัติเช่นนี้จะเท่ากับฝึกให้เด็กได้เห็นใจผู้อื่น รู้จักเสียสละ
และมีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่
- การบันทึกรายละเอียดเกี่ยวกับภาพ
เมื่อเด็กทำงานที่เกี่ยวกับกระดาษ เช่น การวาดภาพด้วยสีเทียนหรือสีน้ำ
เมื่อเด็กทำงานเสร็จครูควรเขียนความหมายของภาพ ชื่อเด็กและวันที่ ๆ
วาดกำกับไว้ที่ตอนท้ายของกระดาษ (ในกรณีให้เด็กใช้กระดาษทั้ง 2 หน้า) หรือบันทึกรายละเอียดลงบนด้านหลังของภาพ (ในกรณีให้เด็กใช้กระดาษหน้าเดียว)
- ฝึกให้เด็กเก็บผลงาน
ครูควรจะได้ทำความตกลงกับเด็กว่างานประเภทใดเมื่อเสร็จจะต้องนำไปไว้ที่ไหน
เช่นหากเป็นงานปั้นควรจะจัดที่วางไว้ให้เมื่อตั้งไว้พอประมาณ (อาจเป็น 1-2 วัน แล้วแต่ปริมาณของวัสดุ เช่น ดินน้ำมัน
ดินเหนียว แป้งโด ฯลฯ มีพอให้เด็กปั้นโดยยังไม่หลอมของเก่า) แล้วติดตามให้เด็กปฏิบัติตามข้อตกลง
- การทำกิจกรรมให้ครบตามข้อตกลง ครูควรได้ทำความตกลงกับเด็กว่า
ในการทำงานแต่ละครั้ง เด็กจะต้องทำให้ได้อย่างน้อยกี่กิจกรรม
แล้วครูติดตามให้เด็กปฏิบัติตามข้อตกลง
- ฝึกเก็บของเข้าที่
ครูทำความตกลงกับเด็กว่าเมื่อเวลาของกิจกรรมสิ้นสุดลง ครูจะให้สัญญาณ (อาจเป็นการเคาะเครื่องเคาะ
ออกคำเตือน หรือร้องเป็นเพลง) แสดงเวลากำลังจะหมด เด็ก ๆ
จะต้องช่วยกันเก็บของใช้เข้าที่ ครูปฏิบัติตามข้อตกลง แล้วติดตามให้เด็กปฏิบัติ
(12) ข้อสงสัย : ครูควรทำอย่างไรบ้าง เมื่อการปฏิบัติกิจกรรมสร้างสรรค์สิ้นสุดลง
คลายสงสัย เมื่อเด็กทำกิจกรรมครบตามข้อตกลงแล้ว
อนุญาตให้เด็กเลือกเล่นตามมุมเล่นที่ตนสนใจ (ซึ่งเด็กจะทำงานเสร็จไม่พร้อมกัน) ดังนั้นเด็กก็จะทยอยเข้าเล่นตามมุมเล่นทีละคนสองคน
การแย่งที่เล่นก็จะเกิดน้อยลงหรือไม่เกิดเลย
(13) ข้อสงสัย : เหตุใดจึงไม่ให้เด็กปฐมวัยใช้ดินสอดำวาดภาพแทนการใช้สีเทียน
คลายสงสัย เหตุที่ไม่จัดดินสอดำให้เด็กระดับก่อนประถมศึกษาวาดภาพ
1.
ดินสอดำมีขนาดเล็ก ไม่เหมาะกับมือของเด็กที่กล้ามเนื้อเล็กยังพัฒนาไม่ดีพอ
เด็กจะยังจับไม่ถนัด
2. สีไม่สะดุดตา
เด็กเล็กจะชอบสีต่าง ๆ ที่สดสวยมากกว่าสีเข้ม เช่น สีดำ
หากวาดออกมาแล้วสีเข้มหรือดำมืดเด็กย่อมจะไม่ชอบ
เหตุใดจึงนิยมให้เด็กใช้สีเทียน
(แท่งใหญ่) ในการทำศิลปศึกษา
1. สีสวย ปกติสีเทียนแต่ละชุดจะมีประมาณ 8-12 สี เมื่อลากลงบนกระดาษแม้ไม่ต้องออกแรงกดมากก็จะปรากฏสีบนกระดาษอย่างชัดเจน
2.
สีไม่เลอะ
เมื่อใช้จะไม่เลอะเสื้อผ้าของเด็ก จึงเหมาะที่จะให้เด็กใช้
3.
ขนาดเหมาะกับมือเด็ก
สีเทียนขนาดแท่งใหญ่จะมีขนาดพอเหมาะที่เด็กจะจับแล้ว
ขีดเขียนได้ถนัดมือ
4.
ไม่หักง่าย
ขนาดของแท่งสีใหญ่พอแม้เด็กจะกด เคาะ หรือกระแทก
ก็จะไม่หักจึงสามารถใช้ได้จนหมดแท่งทำให้ประหยัด
(14) ข้อสงสัย : ควรเขียนเครื่องหมาย (ให้ดาว) บนผลงานศิลปศึกษาของเด็กหรือไม่
คลายสงสัย
- เป็นการประเมินไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ของศิลปะสำหรับเด็ก
เพราะส่วนมากครูมักจะประเมินตามความเหมือนหรือความสวย
หากเหมือนหรือสวยมากก็ให้เครื่องหมายดาว 3 ดวง
และก็ลดจำนวนลงหากผลงานย่อหย่อนลง
แท้จริงหากคำนึงในแง่ของพัฒนาการทุกด้านที่เด็กจะได้รับแล้ว การลากเส้นขยุกขยิกของเด็กบางคนอาจมีค่ามากกว่าภาพเหมือนของเด็กอีกคนหนึ่ง
เพราะเส้นขยุกขยิกนั้นได้พัฒนา
- ด้านร่างกาย
ในการวาดภาพครั้งนี้แม้จะเป็นเพียงเส้นขยุกขยิกเด็กก็ได้บริหารมือซึ่งเป็นกล้ามเนื้อเล็ก
(ในการจัดแท่งสีขีดเขียนไปมา)
- ด้านอารมณ์-จิตใจ
การได้วาดภาพตามความพอใจ เด็กย่อมได้รับความสุข แจ่มใส เบิกบาน หรือในทางตรงกันข้าม
หากมีความคับแค้นการได้ลากเส้นไปมาก็จะช่วยระบายอารมณ์คับแค้นได้
- ด้านสติปัญญา
เส้นที่ลากนั้นอาจหมายถึง บางสิ่งบางอย่างที่แปลกใหม่ที่เด็กคิดขึ้นได้
สิ่งนี้จะมีค่าต่อตัวเด็ก แต่การประเมินจะทำได้ยาก
- การให้ดาวจะเป็นเหมือนการตกรางวัลแก่เด็ก
หากปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ
เด็กจะพยายามทำงานเพื่อให้ได้เครื่องหมายดาวซึ่งเท่ากับฝึกให้เด็กทำงานเพื่อให้ได้รางวัลเท่านั้น
การทำเช่นนี้จะเป็นผลเสียแก่เด็กระยะยาว
(15) ข้อสงสัย : หากมีเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้น (เช่น ลูกเห็บตกหรือมีผู้นำช้างเดินผ่านหน้าโรงเรียน ฯลฯ) ในเวลาของกิจกรรมสร้างสรรค์ ครูจะพาออกไปดูได้หรือไม่ แล้วจะต้องจัดกิจกรรมนี้ชดเชยหรือไม่
คลายสงสัย
ครูอาจทำได้โดยไม่ต้องสอนชดเชย เพราะ
1. กิจกรรมที่เปลี่ยนไปนี้เป็นการให้โอกาสแก่เด็กๆ
ได้ประสบการณ์ตรง ซึ่งจะมีค่ามากมาย (ดีกว่าจะไปสอนโดยไม่ได้เห็นของจริง)
2.
การสอนในระดับก่อนประถมศึกษามุ่งให้เด็กได้พัฒนาทุกด้านอย่างสูงสุด
ดังนั้นกิจกรรมนี้ก็ช่วยให้เด็กได้พัฒนาทุกด้านเช่นกัน
3.
ในระดับก่อนประถมศึกษาไม่มีเวลากำหนดไว้ตายตัวเป็นคาบเรียน
ดังชั้นประถมศึกษา/มัธยมศึกษา ว่า ในแต่ละสัปดาห์จะต้องเรียนวิชาใดนานเท่าไร
บรรณานุกรม
ศึกษาธิการ,
กระทรวง. (2533). คู่มือครู : การจัดกิจกรรมสร้างสรรค์สำหรับครูผู้สอนระดับก่อนประถมศึกษา.
กองวิชาการ สำนักงานการประถมศึกษาแห่งชาติ.
กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์คุรุสภา.
คณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ, สำนักงาน.(2541). คู่มือการอบรมเลี้ยงดูเด็กระดับก่อนประถมศึกษา.
กรุงเทพมหานคร: กระทรวงศึกษาธิการ.


